บันทึก ราคาน้ำมัน,ราคาน้ำมันวันนี้

จับตาดูราคาน้ำมันวันนี้ nymex กับ ptt ใครน่ากลัวกว่ากัน

ประชาชนถูกน้ำมันโกงปีละแสนล้าน

ข่าวสด (31 มีนาคม 2549)/ โสภณ สุภาพงษ์

ในปี 2545 บริษัทน้ำมันที่มีโรงกลั่น 6 แห่งรวมบริษัทปตท. มีตัวเลขกำไรรวมกัน 22,099 ล้านบาท ซึ่งสูงสุดในรอบ 10 ปี แต่ในปี 2548 ที่ผ่านมา มีกำไรเพิ่มขึ้นอีกมหาศาลสูงถึง 194,539 ล้านบาท มีกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่า 9 เท่า

มีกำไรเพิ่มขึ้นมากกว่า 170,000 ล้านบาทต่อปี หรือมีกำไรเพิ่มจากปกติ ใน 3 ปีที่ผ่านมามากกว่า 300,000 ล้านบาท

กำไรที่เพิ่มขึ้นมหาศาลนี้ มาจากราคาขายน้ำมันที่กำหนดโดยรัฐบาลให้เพิ่มขึ้นมากกว่าปกติ ตลอด 3 ปี ที่ผ่านมา

ประชาชนถูกบังคับให้จ่ายน้ำมันราคานี้ครับ…

บริษัทน้ำมันทั้ง 7 แห่งนี้ มีรัฐถือหุ้นอยู่รวมกันประมาณ 30% อีก 70% เป็นหุ้นของสิงคโปร์ นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ ฯลฯ ซึ่งร่วมกันเป็นผู้กำหนดราคาขายน้ำมันแก่ประชาชนโดยใช้อำนาจรัฐบาลด้วย

ประชาชนถูกโกงครับ….

เจ้าของปั๊มน้ำมัน พนักงานบริษัท และผู้เล่นหุ้นทั่วไป คงไม่รู้เรื่องด้วย

เหตุการณ์เกิดขึ้นดังต่อไปนี้ครับ…

ในปี 2545 เป็นปีที่รัฐวิสาหกิจ ปตท. ถูกรัฐบาลแปรรูปเป็นบริษัทเข้าตลาดหุ้นโดยอำนาจของคณะกรรมการนโยบายทุนรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานตามกฎหมายพ.ร.บ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ซึ่งถูกเรียกว่ากฎหมายขายชาติ ตามที่เราเคยได้ยินกัน

คณะกรรมการนโยบายทุนฯ ที่นายกฯ เป็นประธานเห็นชอบให้ขายหุ้นปตท.ซึ่งเป็นทรัพย์สินของประชาชนในราคา 35 บาทต่อหุ้น

หุ้น ปตท. ที่ขายประมาณ 850 ล้านหุ้น ปรากฏว่าถูกเซ็งลี้ในราคาต่ำให้กับสิงคโปร์นักการเมือง และเจ้าหน้าที่รัฐบางคนเป็นส่วนใหญ่ดังได้ปรากฏเป็นที่อื้อฉาวรู้กันทั่ว

หุ้นปตท. 850 ล้านหุ้น ถูกขายในราคา 35 บาท ต่อหุ้นรวมประมาณ 30,000 ล้านบาท ในปัจจุบันมีราคาประมาณ 245 บาทต่อหุ้น หรือรวมกันประมาณ 210,000 ล้านบาท

มีนักการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐบางคน ในคณะกรรมการฯ เข้ามาถือหุ้นบริษัทปตท. ที่ตัวเองจัดตั้งซึ่งผิดกฎหมาย การแปรรูป ปตท. มีประโยชน์ทับซ้อนหลายประการ เช่นเดียวกับกรณี กฟผ.

นักการเมืองสิงคโปร์ เจ้าหน้าที่รัฐ ฯลฯ ได้กำไรไป 180,000 ล้านบาท จากการเอาทรัพย์สินประชาชนราคาสูงมาขายให้พวกเดียวกันเองในราคาต่ำๆ

นั่นเป็นเพียงการที่ประชาชนถูกโกงจากระบอบผูกขาดนี้ระดับแรก

คณะกรรมการนโยบายพลังงานฯ ที่มีนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานตามกฎหมาย เป็นผู้กำหนดราคาขาย ณ โรงกลั่น ให้บริษัทโรงกลั่นทั้ง 7 บริษัท (ดูตาราง 2 )

คณะกรรมการนโยบายพลังงานนี้มีนักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐ 5-6 คนที่เป็นทั้งผู้ถือหุ้น เป็นประธาน หรือกรรมการบริษัทน้ำมันทั้ง 7 บริษัทด้วย (ข้อมูลรายงานบริษัทฯ ต่อตลาดหลักทรัพย์ฯ )

หลังจากการแปรรูปเป็นบริษัทปตท.ในปี 2545 ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2546 คณะกรรมการ นโยบายพลังงานดังกล่าวมีการกำหนดราคาขายน้ำมันของบริษัทน้ำมันซึ่งได้มีการกำหนดควบคุมราคาขายน้ำมันของบริษัทน้ำมันให้สูงขึ้นเรื่อยๆ ตลอด 3 ปี

ผลปรากฏว่า บริษัท ปตท. และบริษัทน้ำมัน ทั้ง 7 แห่ง มีตัวเลขกำไร รวมเพิ่มจาก 22,099 ล้านบาทในปี 2545 เป็นกำไร 56,686 ล้านบาทในปี 2546 และกำไร 120,989 ล้านบาทในปี 2547 และเพิ่มสูงมหาศาลเป็นมากกว่า 194,539 ล้านบาท(ยังไม่รวมโรงกลั่นเอสโซ่) ในปี 2548 ที่ผ่านมา (ดูตารางที่ 1)

ประชาชนถูกราคาขายน้ำมันโกงไป 3 ปี รวมกันมากกว่า 300,000 ล้าน คนไทยมี 12 ล้านครอบครัวถูกโกงไปครอบครัวละ 25,000 บาทไม่ว่า จนหรือรวย

เราต้องจ่ายค่าน้ำมัน มากกว่า 800,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งๆ ที่ควรจ่ายไม่ถึง 700,000 ล้านบาท

กำไรของบริษัทน้ำมันนั้น มาจากการที่คณะกรรมการนโยบายกำหนดราคาน้ำมันให้บริษัทน้ำมันเพิ่มขึ้นมหาศาล มากกว่าต้นทุนค่าน้ำมันดิบที่เพิ่มจริง จากการปล่อยให้หากำไรจากสต๊อคน้ำมันราคาต่ำได้และจากราคาก๊าซฯ เป็นต้น (ซึ่งจะวิเคราะห์ต่อโอกาสหน้า)

ทั้งหมดนี้มาจากการที่สิงคโปร์ นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐบางคนที่ถือหุ้นบริษัทน้ำมันเอกชน เป็นทั้งคณะกรรมการนโยบายทุน ที่กำหนดการแปรรูป เป็น คณะกรรมการนโยบายพลังงานที่กำหนดราคาขายน้ำมันทำกำไรให้บริษัท ทั้งสองคณะกรรมการมีนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธาน

ไอ้โม่งรวยหลายแสนล้าน แต่ประชาชนถูกโกงครับ…

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.