บันทึก ราคาน้ำมัน,ราคาน้ำมันวันนี้

จับตาดูราคาน้ำมันวันนี้ nymex กับ ptt ใครน่ากลัวกว่ากัน

ประวัติเอกสารจากหมวดหมู่ ‘ข่าว’

ปตท.สผ.เปิดผลดำเนินงาน ไตรมาสแรกปี 55 กำไรกระฉูด 1.83 หมื่นล้าน

Posted by oildaily บน เมษายน 27, 2012

จาก http://www.manager.co.th/Business/ViewNews.aspx?NewsID=9550000051270

 

ปตท.สผ.เปิดผลดำเนินงาน ไตรมาสแรกปี 55 กำไรกระฉูด 1.83 หมื่นล้าน เพิ่มขึ้นกว่า 64% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่ม ขึ้น

นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2555 ว่า ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิรวม 589 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 18,288 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 229 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือร้อยละ 64 เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิสำหรับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 359 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 10,979 ล้านบาท

ทั้งนี้ ประกอบด้วยกำไรจากการดำเนินงานตามปกติจำนวน 538 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 195 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 57 เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาส 1 ปีที่แล้วซึ่งมีกำไรจากการดำเนินงานปกติ 343 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และกำไรจากรายการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานปกติ 51 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งมาจากภาษีเงินได้ที่เกิดจากผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนและกำไรจากอัตรา แลกเปลี่ยน

สำหรับรายได้รวมของ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยในไตรมาสนี้มีจำนวน 1,627 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 50,448 ล้านบาท เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน 1,310 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 40,011 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 317 ล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นร้อยละ 24 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐเพิ่ม ขึ้นเป็น 64.79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับราคาขายผลิตภัณฑ์ของไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่ 49.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ แม้ปริมาณการขายเฉลี่ยสำหรับไตรมาส 1 ปี 2555 ลดลงเป็น 253,411 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการขายเฉลี่ยสำหรับไตรมาส 1 ปี 2554 ที่ 271,292 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน

“ปริมาณการขายที่ลดลงส่วนใหญ่ เนื่องมาจากโครงการอาทิตย์เหนือได้หยุดการผลิตตามการสิ้นสุดอายุสัญญา FPSO ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2554 ประกอบกับการส่งมอบก๊าซฯ ของโครงการอาทิตย์ลดลงตามสัญญาซื้อขาย”

อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายน้ำมันดิบในโครงการเวียดนาม 16-1 เพิ่มขึ้นเนื่องจากเริ่มมีการขายน้ำมันดิบในไตรมาส 3 ปี 2554 โดยในไตรมาสที่ 1 ปีนี้สามารถผลิตน้ำมันได้ในอัตราเฉลี่ย 30,854 บาร์เรลต่อวัน และก๊าซฯ 20 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน นอกจากนี้ ปริมาณการขายน้ำมันดิบโครงการเอส 1 เพิ่มขึ้นจากหลุมผลิตใหม่และจากการใช้เทคนิคเพิ่มการผลิต

โดยวันที่ 31 มีนาคม 2555 ฐานะการเงินของ ปตท.สผ. และบริษัทย่อยมีสินทรัพย์รวมจำนวน 14,971 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 461,742 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 840 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเปรียบเทียบกับ ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2554 ซึ่งมีสินทรัพย์รวมจำนวน 14,131 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็น 447,842 ล้านบาท

สำหรับความก้าวหน้าในการดำเนินงานในไตรมาสแรกปีนี้ แหล่งบงกชใต้ได้เริ่มทดสอบการผลิตและส่งก๊าซฯ เข้าระบบท่อของ ปตท.แล้วในอัตราประมาณ 50-70 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มการผลิตได้ถึงปริมาณการผลิตต่อวันตามสัญญาซื้อขายที่ 320 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และคอนเดนเสต 9,000 บาร์เรลต่อวันภายในไตรมาสที่ 2

เขียนแล้วใน ข่าว | Leave a Comment »

ผู้เชี่ยวชาญชำแหละโจรปล้นพลังงาน ชี้ชัดไทยส่งออกรายใหญ่แต่คนในชาติกลับจ่ายแพงสุด

Posted by oildaily บน เมษายน 5, 2012

ข้อมูลจาก http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9550000042947

“ม.ล.กรกสิวัฒน์” เปิดหลักฐาน ไทยมีแหล่งพลังงานจำนวนมหาศาล ผลิตก๊าซธรรมชาติติดอันดับ 24 ของโลก แซงหน้าหลายประเทศในเอเปก แต่คนในชาติกลับต้องใช้น้ำมันแพงกว่าประเทศอื่น ซัดอย่าอ้างราคาตลาดโลก เพราะถูกลงจากปี 51 มาก แต่ขายหน้าปั๊มกลับไม่ต่าง จี้แก้กฎหมายเปิดแข่งเสรี-เพิ่มส่วนแบ่งรายได้เข้ารัฐ ด้าน “ผศ.ประสาท” แฉ ปตท.โกง 2 ต่อ ปล้นค่าภาคหลวง ชี้คนไทยกำลังถูกล้างสมองให้เชื่อง

วันที่ 4 เม.ย. เมื่อเวลา 20.30 น. ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี อนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิบาลด้านพลังงาน วุฒิสภา และ ผศ.ประสาท มีแต้ม นักวิชาการด้านพลังงาน ร่วมเปิดโปงขบวนการปล้นน้ำมันและพลังงานชาติ ในรายการ “คนเคาะข่าว” ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ASTV โดยนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ รับหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ

ม.ล.กรกสิวัฒน์กล่าวว่า อยากฝากถึงรัฐบาล ตนไม่ได้มีหน้าที่มาหาคนผิดในเรื่องนี้ แต่อยากหาคนมาทำเรื่องนี้ให้ถูกต้อง ประเด็นที่ถกเถียงกันมากคือ ประเทศไทยมีพลังงานหรือเปล่า โดยมล.กรกสิวัฒน์ ได้แจงเป็นเป็นประเด็นๆ พร้อมแสดงหลักฐานประกอบ ดังนี้

- จากข่าวปีที่แล้ว รองอธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็นอธิบดีแล้ว ท่านบอกว่าในอีสานมีก๊าซธรรมชาติสูงมาก และศักยภาพอาจจะมีมากกว่าซาอุดิอาระเบียด้วยซ้ำ อีสานมีพื้นที่ทั้งหมดราว 1.7 แสน ตร.กม.เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพปิโตรเลียมถึง 1 แสน ตร.กม. จำนวนน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่น้ำพอง (ขอนแก่น) และภูฮ่อม (อุดรฯ) ที่มีการขุดอยู่แล้วทุกวันนี้ แต่ละวันมีก๊าซขึ้นมา ถึง 2.67 ล้านลิตร หรือเกือบ 1 พันล้านลิตรต่อปี

ข่าวพบบ่อน้ำมันที่ทุ่งกุลาร้องไห้ เมื่อมกราคมที่ผ่านมา ตอนนี้ชาวบ้านในพื้นที่เริ่มแตกกันแล้ว บางกลุ่มอยากให้ขุดเจาะ เพราะถูกหลอกว่าถ้าเอาขึ้นมาจะได้ใช้น้ำมันถูกลง แต่จริงๆแล้วน้ำมันที่ขุดได้ก็ต้องส่งไปที่โรงกลั่น ซึ่งพอโรงกลั่นขายกลับมาก็ขายให้เท่ากับราคานำเข้า บางกลุ่มไม่อยากให้ขุดเจาะเพราะเห็นแล้วว่าชาวบ้านที่น้ำพองไม่ได้มีชีวิต ที่ดีขึ้นเลย บางคนก็ต้องการขายพื้นที่ให้ได้ราคา แต่ความจริงในการขุดเจาะไม่ต้องใช้พื้นที่เยอะ การให้ข้อมูลที่ถูกต้องต่อชาวบ้านจึงสำคัญ จะทำให้ความขัดแย้งน้อยลง ที่สำคัญต้องบอกด้วยว่าคนอีสานจะได้อะไรจากการขุดเจาะ

- แอ่งสะสมตะกอนอินทรีย์ที่สามารถขุดเจาะเป็นปิโตรเลียมได้ ภาคเหนือ-อีสาน เต็มไปด้วยแอ่งนี้ สุโขทัย กำแพงเพชร มีแอ่งที่ใหญ่มาก แต่เอกสารนี้กลับมีแต่ระบุเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อเอาไปเสนอให้ต่างชาติเข้ามาทำการสำรวจ ซึ่งในต่างประเทศจะเปิดเผยในภาษาท้องถิ่นให้คนรับทราบว่าท่านมีทรัพย์สมบัติ อะไร เปิดเว็บให้คนเข้ามาเขียนแสดงความคิดเห็นด้วย

- ภาพแปลงพื้นที่ที่ให้คนเข้ามาประมูลขุดเจาะน้ำมัน จะเห็นว่ามีแปลงสัมปทานอยู่ทั่วอีสาน แต่วันนี้คนอีสานทราบหรือไม่ก็ไม่แน่ใจ ในแง่ธรรมาภิบาล รํฐควรแจ้งให้ประชาชนทราบ หรือแม้แต่คนไทยทุกคนควรรู้ว่าเกิดไรขึ้น อย่างเวลาเห็นการสำรวจปิโตรเลียม ชาวบ้านยังคิดว่ามาขุดถนนเลย

- อันดับโลกที่อเมริกาจัดอันดับให้ไทยของ EIA (Energy Information Administration) ประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 24 ของโลก ในการผลิตก๊าซธรรมชาติ เราชนะประเทศในกลุ่มโอเปก อย่างไนจีเรีย เวเนซุเอลา ลิเบีย คูเวต อิรัก บรูไน โบลิเวีย ตรงนี้กระทรวงพลังงานมักพูดว่าแต่ใต้ดินเรามีน้อย ซึ่งตนก็ไม่ทราบว่าใต้ดินจะมีเยอะหรือน้อย นอกจากจะทำการขุดเจาะ แต่กระทรวงพลังงานบอกว่าจะไม่ทำเอง เพราะไม่มีงบประมาณ แต่ตนคิดว่าแบ่งงบมาทำตรงนี้สักนิดจะมีประโยชน์มหาศาล อันดับเราไม่ได้ขี้เหร่ นี่คือปริมาณปิโตรเลียมที่ขึ้นมาต่อวัน จับต้องได้จริง ส่วนที่อยู่ในดิน เมื่อ 20 ปีก่อน ก็บอกว่าเหลือใช้ได้อีก 25-30 ปี ถึงตอนนี้ก็ยังบอกว่าเหลือใช้อีก 25-30 ปี เรื่องนี้มันขึ้นอยู่กับเทคโนโลยี ความลึก แล้วก็แปลงพื้นที่ที่เปิดให้สำรวจด้วย

- ข้อมูลจาก CIA (Cental Intelligence Agency) The World Factbook ระบุว่า ประเทศไทยอยู่อันดับที่ 25 ของโลกในการผลิตก๊าซธรรมชาติ

- เอกสารของกระทรวงพลังงานเอง เมื่อมกราคม 2555 ระบุว่า ไทยขุดเจาะปิโตรเลียมได้แล้ววันละเกือบ 9 แสนบาร์เรล หรือประมาณ 142 ล้านลิตร แบบนี้จะบอกไม่มีไม่ได้

- แหล่งพลังงานบนบกมีทั่วประเทศ ที่ใหญ่ๆ เช่น กำแพงเพชรขุดขึ้นมาวันละ 54 ล้านลิตร หรือปีละ 2 พันล้านลิตร เพชรบูรณ์วันละ 2.5 แสนลิตร สุพรรณบุรี 2.5 แสนลิตร เชียงใหม่เกือบ 1.7 แสนลิตร ส่วนในทะเล แหล่งใหญ่ๆอย่างบงกชขุดขึ้นมาวันละ 28 ล้านลิตร

ม.ล.กรกสิวัฒน์กล่าวเพิ่มเติมว่า ผลประโยชน์ของปิโตรเลียม แบ่งเป็น 3 ตัวด้วยกัน คือ ค่าภาคหลวง ส่วนแบ่งกำไร และภาษี ทุกประเทศมีส่วนแบ่งกำไรเหมือนกันหมด แต่ไทยไม่เก็บตรงนี้ ค่าภาคหลวงจะใกล้เคียงกัน ส่วนภาษีจากกำไร พม่า 30% กัมพูชา 30% ไทย 50% แต่จริงๆแล้วอย่าดูแยกส่วน ต้องดู 3 ตัวรวมกัน อยากให้ดูว่าสิ่งที่รัฐได้รับสุทธิกับการเอาทรัพยากรออกไปจากแผ่นดิน จะเห็นว่าเราแตกต่างจากกัมพูชาและพม่า เพราะเมื่อหักโน่นหักนี่แล้วของไทยได้จริงแค่ 29%

ดูที่ประเทศอื่น อย่างโบลิเวียเอา 82 เปอร์เซ็นต์ของรายได้จากก๊าซธรรมชาติ โดยโบลิเวียผลิตก๊าซธรรมชาติได้ในอันดับ 33 ของโลก คาซัคสถาน ได้ส่วนแบ่ง 80 เปอรเซ็นต์ของปริมาณน้ำมันที่ขุดเจาะได้ อาบูดาบี แบ่งกำไรให้บริษัทขุดเจาะไม่เกิน 1 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล รัสเซีย 90 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ในส่วนที่ราคาน้ำมันสูงกว่า 25 ดอลลาร์ ซึ่งมันเกินอยู่แล้ว

“อีโว โมลาเลส ประธานาธิบดีโบลิเวีย ได้พูดถึงเกี่ยวกับการบริหารปิโตรเลียมของประเทศ หลังจากเปลี่ยนการเก็บรายได้เข้ารัฐจากเดิม 50-50 มาเป็นเก็บ 82 เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลเดิมได้รายได้ 3 ร้อยล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มมาเป็น 2 พันล้านเหรียญสหรัฐ ทำให้ประเทศเกินดุล ก้าวหน้าไปมาก ต้องบอกว่าหลังน้ำมันราคาเพิ่ม ทุกประเทศแก้กฎหมายให้เอาเงินเข้ารัฐมากขึ้น แต่ประเทศไทยไม่มีเลย ทำไม่ได้หรือ เพื่อผลประโยชน์จะได้ตกกับประเทศเพิ่มขึ้น พม่ามาหลังเรา แต่ส่วนแบ่งเข้ารัฐได้มากกว่า เขมรก็ได้มากกว่า แล้วเขมรมีแหล่งขุดเจาะแห่งเดียวกับไทย คืออ่าวไทย จะมาอ้างว่าไทยขุดเจาะยากได้อย่างไร” ม.ล.กรกสิวัฒน์ระบุ

ม.ล.กรกสิวัฒน์กล่าวต่อว่า ตัวเลขเมื่อปี 2551 ไทยส่งออกปิโตรเลียม ทั้งน้ำมันสำเร็จรูป น้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติเหลว รวมทั้งหมดเกือบ 3 แสนล้านบาท หรือประมาณ 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ มากกว่าข้าวและยางพารา อย่างไรก็ดี มีคนโต้แย้งว่า ปี 2554 ยางพาราแซงแล้ว แต่ประเด็นตนไม่ได้เถียงเรื่องอันดับ แต่ประเด็นคือหลายคนยังไม่รู้เลยว่าเราส่งออกปิโตรเลียม แล้วใครเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากไทย ในเว็บของ Census Bureau (www.census.gov)เป็นหน่วยงานของกระทรวงพาณิชย์ที่อเมริกา ก็มีตัวเลขชัดเจน ระบุว่า สหรัฐนำเข้าจากประเทศไทย ทั้งน้ำมันดิบ น้ำมันสำเร็จรูป LPG เพิ่มขึ้นมาตลอด น้ำมันดิบมากถึงประมาณ 2.7 หมื่นล้านบาท อีกทั้งยังมีรายงานปี 2012 สหรัฐฯนำเข้าน้ำมันดิบจากประเทศไทยสูงถึง 1,204 ล้านบาร์เรล

ราคาน้ำมันในประเทศ ที่รัฐบาลพูดว่าเพราะราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่ม ช่วงสั้นเพิ่มขึ้นจริง แต่ขณะนี้เมื่อเทียบกับปี 2551 ตอนนั้นราคาตลาดโลกสูงไปถึง 145 เหรียญสหรัฐ แต่วันนี้อยู่ที่ 103.69 เหรียญสหรัฐ หรือก็คือประมาณ 20 บาทต่อลิตรเท่านั้นเอง

เปรียบเทียบราคาน้ำมันดิบตลาดโลก ปี 51 กับปัจจุบัน ของเวสต์เทกซัส ตอนปี 51 (145 ดอลลาร์) ปี 55 (105 ดอลลาร์) เบรนท์ทะเลเหนือตอนนี้อยู่ที่ 120 ดอลลาร์ ก็ประมาณ 23 บาท แต่ขายให้เราราคาหน้าปั๊ม 42-43 บาท

ต้นทุนน้ำมันดิบ ปี 51 อยู่ที่ 30.03 บาทต่อลิตร ขายเบนซิน 91 ราคาหน้าปั๊มที่ 42.5 บาทเท่านั้นเอง แต่ตอนนี้ต้นทุนน้ำมันดิบ 20.14 บาท ถูกกว่าประมาณ 10 บาท แต่ขายหน้าปั๊มพอๆ กับตอนปี 51 เลย ทั้งที่มันไม่ได้แพงเท่าปี 51 แบบนี้มันน่าจะเป็นเรื่องนโยบายพลังงานมากกว่า ที่ทำให้คนไทยใช้น้ำมันแพง

ต่อมาราคาน้ำมันเบนซินของไทยประมาณ 42.58 บาท สหรัฐฯ ประมาณ 28-33 บาท ทั้งๆ ที่เราส่งออกไปที่อเมริกา สหรัฐฯ มีการแข่งขันเสรี ไม่มีการอุดหนุนโดยรัฐ แต่มีแข่งขันกันหลายเจ้า นี่คือผลของการแข่งขัน ถ้าไทยมีการแข่งขันที่สมบูรณ์ราคาไม่น่าจะหนีจากกันเท่าไหร่

อีกอันคือ ข้อมูลเมื่อ 12 มีนาคม 55 เบนซิน 95 ไทยขายอยู่ที่ 44.86 บาท มาเลเซีย 19 บาท อินโดนีเซีย 31.70 บาท พม่า 24 บาท สรุปไทยแพงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ม.ล.กรกสิวัฒน์กล่าวต่อว่า ราคาก๊าซธรรมชาติ NGV ในไทย 15.50 บาท อเมริกา 2.61 บาท (ราคาขายส่ง) โดยไทยบอกว่านี่เป็นต้นทุนที่แท้จริง ตนต้องบอกว่าในกลไกตลาดเขาไม่ใช้ต้นทุนที่แท้จริงกัน เพราะต้นทุนของคนหนึ่งอาจไม่เท่ากับอีกคนหนึ่ง เพราะหากบริษัทพลังงานบริหารจัดการไม่ดี ต้นทุนก็อาจสูงได้ อันนี้มันขัดแย้งกับกลไกตลาดเสรี อีกทั้งภาพรวมราคาก๊าซตลาดโลก ลดลงมาตลอด แล้วบอกใช้ต้นทุนที่แท้จริง ไม่เหมาะสมแล้ว

มาที่เรื่องคุณภาพของ NGV มีการใส่คาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งกรณีนี้พบว่า มาตรฐานสากลให้ใส่คาร์บอนไดออกไซด์ที่ 0-3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แต่ไทยโดยกระทรวงพลังงานประกาศให้ใส่ได้มากถึง 18 เปอเซ็นต์ ตรงกันข้ามกับมาตรฐานสากลหมดเลย แล้วเมื่อรวมก๊าซอื่นด้วย มาตรฐานสากลให้ใส่ไม่เกิน 4.5 เปอร์เซ็นต์ ส่วนไทย 19 เปอร์เซ็นต์ ค่าความร้อนที่ใส่เข้าไปเพื่อให้ค่าความร้อนลดลง อเมริกาหรือต่างประเทศตั้งไว้ 48-52 แต่ของไทย 37-42 ไม่ตรงตามมาตรฐานสากลสักอย่าง

น้ำมันในอ่าวไทยเป็นเกรดที่แพงสุดในโลก เบา กลั่นง่าย มลพิษต่ำ เป็นที่ต้องการของประเทศพัฒนา เราส่งออกไปที่อเมริกา เมื่อส่งออกไปแล้ว พลังงานขาดแคลน ก็ไปนำเข้ามาจากตะวันออกกลาง ซึ่งมีกำมะถันสูง พอต้องกำจัดกำมะถัน ก็ไปขอค่าใช้จ่ายจากกองทุนเชื้อเพลง เท่ากับว่าเอาของดีส่งออก แต่เอาของเสียเข้ามาในประเทศ แล้วยังต้องเสียเงินเพิ่มอีก

ส่วนกรณีที่อ้างว่าไทยนำเข้าน้ำมันเยอะ พบว่าวันนี้โรงกลั่นในไทยมีกำลังกลั่นล้นเกิน ฉะนั้นก็มีการนำเข้ามากลั่นเพื่อส่งออก แล้วจะมานับว่าเป็นความต้องการของคนไทยไม่ได้ อย่ามาหาว่านำเข้าเยอะ

ด้าน ผศ.ประสาท กล่าวว่า คนไทยถูกล้างสมองหลายเรื่อง ทำให้เชื่อว่าไทยไม่มีน้ำมัน เรื่องน้ำมันต้องให้ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นทำชาวบ้านไม่รู้เรื่อง ทำให้เชื่อว่าประชาธิปไตยเป็นแค่การเลือกตั้ง แต่มีการผูกขาดอะไรอยู่มากมาย ถูกทำให้เชื่อว่าโลกไม่มีพรหมแดน ไม่สนใจเรื่องความสุข สนใจแต่เทคโนโลยี พอเชื่องแล้วก็ลงมือปล้นทรัพยากรธรรมชาติ และปล้นแนวคิดด้วย บังคับให้ใช้พลังงานที่เขาผูกขาดได้ พอจะดิ้นไปทางอื่นเขาก็ไม่ยอม

ผศ.ประสาทกล่าวอีกว่า มีข้อมูลก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยและพม่า ตนได้มาเมื่อ 10 กว่าปีแล้ว พบว่าราคาก๊าซในอ่าวไทยประมาณ 10.25 สตางค์ต่อลูกบาศก์ฟุต ซื้อมาจากพม่า 16.05 สตางค์ต่อลูกบาศก์ฟุต คิดทั้งโครงการ 40 ปี ตกที่ 4.5 แสนล้านบาท แปลว่าคนไทยซื้อก๊าซจากพม่าแพงกว่าจากอ่าวไทย ตนก็สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น พม่าอาจเสียค่าท่อก๊าซแต่หักแล้วก็ยังต่างกันมากอยู่

ก็พบความจริงว่า ปตท.ไปตั้งบริษัทลูกขึ้นมา เพื่อรับซื้อก๊าซจากปากหลุมของไทยในราคาที่ถูกกว่าซื้อจากพม่า จากข้อมูลของ น.ส.รสนา ว่าราคาก๊าซอ่าวไทยอยู่ที่ 40-60 เปอร์เซ็นต์ของตลาดโลก คำถามคือทำไมขายให้ไทยต่ำ เขาขายให้บริษัทลูกของเขาเองเพื่อไปกดค่าภาคหลวง ซึ่งอัตรา 12.5 เปอร์เซ็นต์ ต่ำที่สุดในโลกอยู่แล้ว แต่ไปกดให้ต่ำลงไปอีก ซื้อขายกันที่ปากหลุมในราคาถูกๆ สมมุติซื้อขายกันที่100 เสียค่าภาคหลวง 12.5 บาท แต่ถ้าขาย 50 เสียแค่ 6 บาท ก็จะถูกลงไปอีก มันโกง 2 ต่อ นอกจากโกงภาคหลวงให้ต่ำแล้ว ยังโกงราคาหน้าปากหลุมให้ต่ำ เพื่อจ่ายค่าภาคหลวงต่ำๆ เพื่อขายให้บริษัทแม่ และบริษัทแม่ก็ได้กำไรมากๆ

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการปิโตเลียมแห่งประเทศไทย พบว่า ปตท.ขายน้ำมันให้เอกชนอื่นถูกกว่าขายให้ กฟผ. สรุป กฟผ.ต้องซื้อก๊าซในราคาที่แพงกว่าเอกชนตกแล้ว 1.25 หมื่นล้านต่อปี แล้วภาระนี้ก็ตกที่ประชาชน ต้องจ่ายค้าไฟแพงขึ้น

นอกจากนั้น ไทยมีปั๊มน้ำมันสูงเป็น 2 เท่าของอังกฤษ แต่น้ำมันที่เราใช้กันเพียง 1 ใน 3 ของอังกฤษ มากกว่าที่ควรจะเป็น 5-6 เท่า แต่ละปั๊มมันเลยเจ๊งอยู่ไม่ได้ ค่าการตลาดที่ได้ก็น้อย ที่น่าเกลียดคือปั๊มให้แข่งกันเสรี แต่โรงกลั่นกลับผูกขาด ปั๊มเจ๊ง โรงกลั่นรวย อีกทั้งค่าการกลั่นของไทยสูงกว่ายุโรป และสิงคโปร์ถึง 2 เท่า

เส้นทางน้ำมันดิบในปี 51 ไล่มา ส่งออกในราคาที่ถูกกว่าขายให้คนไทย 1 บาทต่อลิตร ทั้งนี้เทคโนโลยีในการขุดเจาะก้าวหน้ามาก ต้นทุนถูกลงเยอะในขณะที่สามารถขุดเจาะได้จำนวนมากขึ้น แต่ค่าภาคหลวงกลับไม่ขึ้นเลย

 

comment

ผลการศึกษาว่า ทำไมคนไทยจึงต้องจ่ายค่าน้ำมัน+ก๊าซแพง มีทั้งหมด 28 หน้าครับ โหลดที่นี่ครับ http://www.thaingo.org/story/energy_thailand.pdf

และนี่อีก 304 หน้า เปิดหลักฐานใครปล้นประเทศไทย

https://plus.google.com/photos/111997952418983363651/albums/5720345709903533569?banner=pwa

ทำไมพวกเราคนไทยจึงต้องใช้ค่าใช้จ่ายด้านพลังงานที่แพงมากทั้ง ๆ ที่

๑.พวกเรามีธุรกิจทางด้านพลังงานที่มีองค์กรที่มีประสิทธิ์ภาพมาก แต่เนื่องด้วยปัจจัยทางการผลิตใด ผลของราคาจึงออกมาเช่นนนี้

๒.พวกเราส่งออกน้ำมันเป็นรายต้นๆของโลก ในเดือน ม.ค. 2554 พบว่าเราผลิตน้ำมันดิบอันดับที่ 33 ของโลก ก๊าซธรรมชาติอันดับที่ 26 ของโลก

๓.พวกเรามีแหล่งการผลิตกว่า 50 แหล่ง 1,600 หลุมผลิต แต่ทั้งนี้ เรายังต้องเก็บพลังงานที่แพงมากจากเจ้าของทรัพยากรอยู่อีกหรือ

๔.ทำไม พวกเราต้องแบกรับค่าใช่จ่ายพวกที่ไม่เกี่ยวกับการใช้ค่าใช่จ่ายพลังงานจริง ๆ ของพวกเรา อาธิเช่น ค่าโสหุ้ยนำเข้านำมันจากสิงคโปร์
ชาวไทยใน กฟผ. รักษ์น้ำมันไทย

สิ่งที่คนไทยไม่ควรพลาด ……..(ดู Clip , Download เก็บ และ แชร์ข้อมูล)

ภาพรวม (VDO Clip)

. . . เปิดหลักฐานปล้นประเทศไทย ..ด้วยนักวิชาการ และข้อมูลสาธรณะ “เปิดหลักฐานปล้นประเทศไทย” โดย ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ดำเนินรายการโดย คุณสมลักษณ์ หุตานุวัตร ทางช่อง FMTV ทีวีเพื่อมนุษยชาติ

หลักฐานต่างๆ (Link)
=======
รวมรวมหลักฐานและการเชื่อมโยงข้อมูล : https://picasaweb.google.com/111997952418983363651/IuDhg

ผังประเทศ พ.ศ.๒๖๐๐ เอกสารสาธารณะที่ถูกปกปิด (Download)
=============================
1. รายงานสรุปสำหรับผู้บริหาร ( ยังไม่มี )

2. เอกสารผังประเทศ พ.ศ.๒๖๐๐ :

http://www.mediafire.com/?lfqfe6rqxoi9w2f

. . .(สำคัญ) เอกสารผังประเทศ พ.ศ.๒๖๐๐ เล่มนี้มีสามร้อยกว่าหน้า เป็นเล่มที่ไม่มีบนเวบ เป็นเล่มสำคัญเล่มหนึ่ง …แผนที่ปิโตรเลียม ที่พบจนตามไปถึง บ่อน้ำมันทวีวัฒนา ก็มาจากร่องรอยในเล่นนี้ เป็นเอกสารของกรมโยธาธิการและผังเมือง จัดทำตามติ ครม. 9 กค 2545 โดยบริษัทที่ปรึกษา ปัญญา คอท และ ทีม หากไม่มีเวลาอ่านจริงจัง อย่างน้อยขอให้ผ่านตาทุกหน้า สักครั้ง

3.รายงานการวิเคราะห์รายสาขา
. . 3.1 สาขาเศรฐกิจ และ การจ้างงาน : http://www.mediafire.com/?uz3adm53ckvz3qh
. . 3.2 สาขาการใช้ประโยชน์ที่ดิน.pdf : http://www.mediafire.com/?bfbmckhjusyu87u
. . 3.3 สาขาการพัฒนาเมืองและชนบท.pdf : http://www.mediafire.com/?9gwkycq2c7ah5vm
. . 3.4 สาขาโครงสร้างพื้นฐาน.pdf : http://www.mediafire.com/?ge5fqvn3qnec4l3
. . 3.5 ****** สาขาทรัพยากรณ์ธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม (ยังไม่มี )
. . 3.6 สาขาประชากร และ แรงงาน.pdf : http://www.mediafire.com/?6sxf9yrga8fq3ic
. . 3.7 ****** สาขาป้องกันภัยพิบัติ
( ยังไม่มี )
. . 3.8 สาขาบริหารจัดการผัง.pdf : http://www.mediafire.com/?f10r72dhxody871

4. รายงานการศึกษาเฉพาะเรื่อง
. . 4.1 แผนพัฒนาพท.ระดับชาติ.pdf : http://www.mediafire.com/?ejm23e65r1puyrp
. . 4.2 ประเทศไทยในระบบเศรษฐกิจโลก.pdf : http://www.mediafire.com/?1y584d3exnqekic
. . 4.3 สรุปผลประชุมเชิงปฏิบัติการ-กระบวนการมีส่วนร่วมของผู้เกี่ยวข้อง.pdf : http://www.mediafire.com/?oaj725bkgk744d9

5. อื่นๆ
. . 5.1 ข้อมูลเขื่อนศรีนครินทร์-แผ่นดินไหว : http://www.mediafire.com/?sk7t7p7ei600j77

การรวบรวมข้อมูล : Somlak Hutanuwatr

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=347725258596148&set=a.144595302242479.20414.100000760291338&type=1&theater

https://plus.google.com/photos/111997952418983363651/albums/5720345709903533569?banner=pwa

ชาวไทยใน กฟผ. รักษ์น้ำมันใต้ผืนดินไทย

เขียนแล้วใน ข่าว | Leave a Comment »

อภิสิทธิ์ ติด F ปล่อย ปตท.ขูดรีดประชาชน

Posted by oildaily บน ธันวาคม 25, 2009

จาก Manager.co.th

http://www.manager.co.th/Politics/ViewNews.aspx?NewsID=9520000158083

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี โชว์ฟอร์มแถลงผลงานหนึ่งปีด้วยท่วงทีลีลาแบบนักทอล์กโชว์มืออาชีพ อวดโอ่ถึงความสำเร็จ เอื้อนเอ่ยว่าสิ่งแรกที่รัฐบาลต้องทำคือ การบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน

แต่ ความจริงแล้วสิ่งที่พี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อน ต้องแบกรับอยู่ทุกวัน คือ ต้นทุนพลังงานทั้งราคาน้ำมันและก๊าซฯ ซึ่งแพงเกินจริง ขณะที่ ปตท.กลับอู้ฟู่ ฟันกำไรปีละแสนๆ ล้าน รัฐบาลกลับให้ความสนใจกับเรื่องนี้น้อยมากๆ และถ้าหากวัดผลก็คงไม่พ้นสอบตก หรือ ติด F

นายกฯ อภิสิทธิ์ พูดถึงเรื่องพลังงานแต่เพียงสั้นๆ ว่ารัฐบาลได้เปลี่ยนนโยบาย แต่เปลี่ยนอะไร เปลี่ยนไปอย่างไร ไม่มีคำอธิบายทั้งสิ้น รู้แต่เพียงว่า กองทุนน้ำมัน ซึ่งประชาธิปัตย์ เคยโฆษณาว่าจะยุบทิ้งไป ตามมาตรการ 99 วันเราทำได้ ถึงตอนนี้กองทุนดังกล่าวก็ยังอยู่ และไม่มีทีท่าว่าจะถูกยุบเลิกแต่อย่างใด

กิจการพลังงานซึ่งเกี่ยวข้องกับปัญหาปากท้องของประชาชนทั้งทางตรงและ ทางอ้อม เพราะต้นทุนสินค้า ต้นทุนค่าเดินทาง ต้นทุนค่าครองชีพ สารพัด ล้วนผันแปรตามราคาน้ำมันและราคาก๊าซฯ ทั้งสิ้น การแก้ไขปัญหานี้จึงไม่ใช่การทำงานเอาหน้าเพียงแค่บริการรถเมล์ฟรีอะไรเทือก นี้ ผู้นำรัฐบาลที่มีมันสมอง มีดีกรีระดับปริญญาโทจากมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดแห่งอังกฤษ ไม่ควรอย่างยิ่งที่จะทำแกล้งโง่ ปล่อยให้กิจการพลังงานไร้ซึ่งธรรมาภิบาลอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้

ผล ประโยชน์ในกิจการพลังงานที่มากมายมหาศาลหว่านโปรยไปถ้วนทั่ว บดบังตาให้นักการเมืองแกล้งโง่ หรือว่าโง่เขลาเบาปัญญากันจริงๆ เป็นคำถามที่ รสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริต และเสริมสร้างธรรมาภิบาล วุฒิสภา ถามไถ่และต้องการคำตอบชัดๆ จากผู้ที่ขันอาสามารับใช้และปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน

ในการแถลงข่าวสรุปผลงานประจำปีของคณะอนุกรรมาธิการเสริมสร้างธรรมาภิ บาลฯ เมื่อวานนี้ (24 ธ.ค.) รสนา ได้ตอกย้ำถึงข้อมูลจากศึกษาตรวจสอบ และได้เสนอแนะต่อรัฐบาลในสิ่งที่ควรทำเพื่อเสริมสร้างธรรมาภิบาลในกิจการ พลังงาน ซึ่งหลายประเด็นที่คณะกรรมาธิการฯ ชุดดังกล่าว เฝ้าเพียรเสนอแนะในรอบปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้ตอบสนองโดยทำเป็นหูหนวก ตาบอด ใบ้ ละเลยเพิกเฉยไม่ใส่ใจ

ข้อมูลเบื้องต้นที่คณะกรรมาธิการฯ อยากบอกต่อประชาชน ก็คือ คนไทยส่วนใหญ่เห็นว่าประเทศอย่างบรูไน เป็นเศรษฐีน้ำมันระดับโลก ส่วนไทยมีน้ำอยู่ไม่กี่หยด แต่ความจริงคือ ไทยมีน้ำมันดิบอยู่ในอันดับ 33 ของโลก ส่วนบรูไน อยู่ในอันดับที่ 44 สำหรับก๊าซธรรมชาติ ไทยอยู่ในอันดับที่ 27 ของโลก ขณะที่บรูไน อยู่ในอันดับ 36

แต่กลับมาดูส่วนแบ่งที่รัฐได้รับจากสัมปทานขุดเจาะน้ำมันและก๊าซของ ไทย กลับต่ำติดดินเพียง 5-15% ส่วนเอกชนเอาไป 85-95% ทำไมรัฐบาลถึงปล่อยให้เป็นเช่นนี้ น้ำมันและก๊าซฯ เป็นสาธารณสมบัติของประชาชนทุกคน เหตุใดจึงปล่อยให้เอกชนตักตวงเอาประโยชน์ไปมากมายโดยไม่คิดที่จะจัดการเจรจา แก้ไขสัญญา

รัฐบาลเคยศึกษาหรือไม่ว่า บ้านอื่นเมืองอื่นเขาจัดเก็บกันอย่างไร รู้หรือไม่ว่า อย่างโบลิเวีย ซึ่งผลิตน้ำมันและก๊าซได้เป็นอันดับที่ 61 และ 34 ของโลก เขาเก็บส่วนแบ่งรายได้เข้ารัฐถึง 82% ของรายได้จากก๊าซฯ ส่วนคาซัคสถาน จัดเก็บรายได้เข้ารัฐถึง 80% ของปริมาณน้ำมันที่ขุดเจาะได้

การ เก็บส่วนแบ่งรายได้เข้ารัฐจากทรัพยากรน้ำมันและก๊าซฯ หากรัฐบาลอภิสิทธิ์ มีสติปัญญาจัดการดีๆ นี่แทบไม่ต้องไปกู้เงินมาให้เป็นภาระหนี้สินในรุ่นลูกรุ่นหลานถึง 6 -7 แสนล้าน

ประเด็นต่อมาก็คือ คนไทย ซื้อน้ำมันสำเร็จรูปในราคานำเข้าจากสิงคโปร์ทั้งที่ประเทศไทยกลั่นน้ำมันเอง ได้หมด และยังส่งออกไปต่างประเทศในมูลค่าที่สูงกว่าข้าวและยางพารา แต่คนไทยกลับต้องซื้อน้ำมันทุกลิตรแพงกว่าที่ส่งออก เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะรัฐบาลปล่อยให้เกิดกลไกตลาดเทียม

อย่าลืมว่า ตลาดน้ำมันมี ปตท.เป็นผู้ผูกขาดทั้งโรงกลั่นน้ำมันและปั๊มขายปลีก ขณะที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูปก็อิงราคาสิงคโปร์ที่มีการบวกค่าโสหุ้ยทั้งค่าขน ส่ง ค่าสูญเสียระหว่างขนส่ง ค่าปรับปรุงคุณภาพจากมาตรฐานสิงคโปร์มาเป็นมาตรฐานไทย ค่าประกันภัยจากสิงคโปร์มายังไทย ซึ่งเป็นต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริง เพราะโรงกลั่นน้ำมันตั้งอยู่ในไทย และปตท.เป็นเจ้าของอยู่ 5 โรง จากทั้งหมด 6 โรง มีความสามารถกลั่นน้ำมันจนล้นเกินความต้องการใช้ภายในประเทศจนต้องส่งออก

หาก เอาค่าต่างๆ ที่เป็นต้นทุนที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงออกไป ประชาชนคนไทยจะได้ใช้น้ำมันราคาต่ำกว่านี้ เพราะในส่วนที่ส่งออกนั้น ปตท. ได้ตัดต้นทุนส่วนนี้ทิ้งเพื่อจะได้ขายแข่งกับประเทศอื่นๆ ได้

ตอนนี้กลายเป็นว่า คนไทยกลับต้องซื้อน้ำมันแพงกว่า ทั้งที่มีวัตถุดิบที่ใช้ในการกลั่นน้ำมันในประเทศเองมากกว่าร้อยละ 40 ของการใช้ในประเทศ ทั้งที่มีโรงกลั่นน้ำมันเองจนล้นเกิน แต่เป็นเพราะการผูกขาด กลไกตลาดเสรีไม่เกิดขั้นจริง ดังนั้น จึงพบว่าราคาขายปลีกน้ำมันของไทยปรับตัวลงช้ากว่าราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกมาก แต่ยามราคาขึ้นก็ปรับขึ้นตาม ไม่นับการที่รัฐบาลเข้ามาเก็บภาษียุ่บยั่บไปหมด หนึ่งในนั้นคือ กองทุนน้ำมัน

หากรัฐบาลคิดจะบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอันดับแรก ข้อเสนอแนะที่รัฐบาลควรเอาใจใส่และนำไปปฏิบัติให้เห็นผล ก็คือ ต้องปรับอัตราค่าภาคหลวงใหม่ เพราะขณะนี้เก็บต่ำมากขณะที่ราคาพลังงานในตลาดสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประเทศชาติประชาชนเสียประโยชน์มหาศาล

ถัด มา ต้องแก้ปัญหากลไกตลาดเทียม เลิกโอบอุ้ม ปตท.โดยตัดค่าโสหุ้ยต่างๆ ที่คิดในสูตรราคาน้ำมันอิงสิงคโปร์ทิ้ง เพราะก่อนหน้านี้ เหตุผลในการคิดสูตรดังกล่าวก็เพื่อสร้างแรงจูงใจทางธุรกิจให้โรงกลั่น ถึงเวลานี้โรงกลั่นแข็งแรงมีกำไร สมควรเลิกอุ้มได้แล้วเพราะประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากการที่มีหรือไม่มีโรง กลั่นเป็นของไทยเอง นอกเสียจากต้องจ่ายแพงกว่าเท่านั้น

สิ่งที่สัญญากับประชาชนเรื่องยกเลิกกองทุนน้ำมัน ต้องพิสูจน์ให้เห็นว่า “เราทำได้” จริงๆ เพื่อลดรายจ่ายของประชาชน เพราะการดำเนินงานกองทุนน้ำมันต่างไปจากวัตถุประสงค์เดิมที่มีไว้เพื่อพยุง ราคาน้ำมัน ขณะที่น้ำมันแพงแทนที่จะช่วยพยุงราคากลับยังคงเก็บเงินเข้ากองทุน และเมื่อน้ำมันราคาถูกลงก็เก็บเงินเข้ากองทุนมากขึ้นไปอีก แถมเอาเงินกองทุนไปใช้ในโครงการต่างๆ เช่น ปลูกปาล์ม หรือนำไปชดเชยการนำเข้าก๊าซฯ อุดหนุนน้ำมัน E 20 E 85

ส่วน เรื่องที่ทำแกล้งลืม คือ การเรียกคืนทรัพย์สินตามคำพิพากษาของศาลปกครองให้ครบถ้วนและนำมาบริหาร จัดการเอง ไม่ใช่ปล่อยให้เอกชนยึดเอาไปดำเนินการแบบผูกขาดแล้วเอามาขูดกำไรกับประชาชน แบบเอาทั้งขึ้นทั้งล่อง ความจริงประเด็นนี้ คณะกรรมาธิการฯ ได้ทักท้วงให้รัฐบาลจัดการหลายครั้งแล้ว แต่นายกฯ อภิสิทธิ์ และรัฐมนตรีคลัง “กรณ์ จาติกวนิช” กลับทำหูหนวกสนิท

เป็นเรื่องพิลึกที่มูลค่าระบบท่อก๊าซธรรมชาติ ได้ผันแปรขึ้นลงไปตามความต้องการของ ปตท.เช่น ตอนช่วงประเมินเพื่อแปรรูป เมื่อปี 2544 มูลค่า 46,000 ล้านบาท แต่พอ ปตท.จ้างบริษัทที่ปรึกษาประเมินเพื่อขอขึ้นค่าผ่านท่อเมื่อปี 2552 มูลค่าเพิ่มขึ้นถึง 105,000 – 120,000 ล้านบาท (อายุใช้งานเพิ่มขึ้น 25 ปี) ครั้นสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ประเมินเพื่อเรียกคืนทรัพย์สินตามคำพิพากษา ตีค่า 42,000 ล้านบาท แต่ ปตท.ประเมินเพื่อคืนทรัพย์สินตามคำสั่งศาลเช่นกันนี้แค่ 15,000 ล้านบาท

ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลยังควรทบทวนใหม่ด้วยว่า ของขวัญผูกโบว์ดำแด่ประชาชน ด้วยการมอบอำนาจการกำหนดราคาก๊าซ ให้คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ที่มีกรรมการเครือปตท.นั่งอยู่เป็นจำนวนมาก กลายเป็นว่า คนขายกับคนกำหนดราคาเป็นคนกลุ่มเดียวกัน สมควรที่จะต้องพิจารณาใหม่หรือไม่

ความ ไร้ธรรมาธิบาลทั้งหลายทั้งปวงที่กล่าวมาข้างต้น รสนา สรุปว่า เกิดขึ้นเพราะความขัดแย้งกันทางผลประโยชน์ของเจ้าพนักงานของรัฐที่เข้าไป เป็นกรรมการในบริษัทเอกชนด้านพลังงาน เช่น ปตท.และบริษัทในเครือ ซึ่งถ่างขาควบได้ไม่จำกัด รับผลประโยชน์ที่เป็นโบนัส เบี้ยประชุม ผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ จนลืมผลประโยชน์ของประชาชน ส่วนนักการเมืองก็ตักตวงจากขุมทรัพย์พลังงานที่ดำมืดไม่มีใครกล้าไปแตะ

เขียนแล้วใน ข่าว | Leave a Comment »

น้ำมันดิ่งอย่างแรงเกือบ$9แตะระดับ$77ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว!!

Posted by oildaily บน ตุลาคม 11, 2008

น้ำมันดิ่งอย่างแรงเกือบ$9แตะระดับ$77ดอลลาร์ต่อบาร์เรลแล้ว!!

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 ตุลาคม 2551 05:21 น.

เอเอฟพี – ราคาน้ำมันดิ่งลงอย่างรุนแรงเกือบ 9 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์(10) แตะระดับต่ำกว่า 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำที่สุดในรอบ 1 ปี ท่ามกลางเศรษฐกิจถดถอยของโลกที่จุดประกายความกลัวว่าอาจส่งผลต่อดีมานด์ น้ำมันที่ลดลง

สัญญาล่วงหน้าน้ำมันดิบชนิดไลต์สวีตครูดของสหรัฐฯ งวดส่งมอบเดือนพฤศจิกายน ร่วงกราวรูดถึง 8.89 ดอลลาร์ ปิดที่ 77.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือของลอนดอน ดิ่งลง 8.57 ดอลลาร์ ปิดที่ 74.09 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สืบเนื่องจากผู้ค้าตื่นตระหนกกับตลาดหุ้นโลกที่ร่วงลงอย่างรุนแรง

“ความเป็นไปได้ที่เศรษฐกิจโลกในอนาคตจะถดถอย ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันโดยตรง” นักวิเคราะห์จากธนาคารดอยซ์แบงก์กล่าว “ความเสื่อมลงเรื่อยๆของจีดีพี(ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ)ในภายภาคหน้า อาจจุดชนวนให้ราคาน้ำมันลดต่ำลง” เขากล่าวต่อและคาดหมายว่าราคาน้ำมันอาจดิ่งลงถึงระดับ 60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

12 ชาติสมาชิกของกลุ่มโอเปก แถลงเมื่อวันพฤหัสบดี(9) ว่าจะจัดประชุมฉุกเฉินที่เวียนนา ในวันที่ 18 พฤศจิกายน เพื่อหารือถึงผลกระทบที่ได้รับจากวิกฤตการเงินของโลก

ขณะที่ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ หรือไออีเอ ได้เตือนเช่นกันว่าภัยคุกคามของความถดถอยทางเศรษฐกิจและวิกฤตทางการเงินจะ กัดเซาะดีมานด์น้ำมันและสร้างความเสียหายให้กับการลงทุนในบ่อน้ำมันใหม่ๆ

ในการประชุมครั้งล่าสุดของโอเปกเมื่อวันที่ 9-10 กันยายนที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้ตัดสินใจลดกำลังผลิตลง 520,000 บาร์เรลต่อวัน เพื่อรั้งให้ราคาน้ำมันอยู่เหนือ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทว่าตั้งแต่นั้นราคาน้ำมันก็ดิ่งลงเรื่อยๆ

ขณะเดียวกันรายงานประจำเดือนของไออีเอ ลดประมาณการความต้องการใช้น้ำมันในปี 2008 ลง 240,000 บาร์เรลต่อวัน และในปี 2009 ลง 440,000 บาร์เรลต่อวัน ไออีเอคาดความต้องการใช้น้ำมันโลกในปีนี้จะอยู่ที่ 86.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และในปีหน้าจะอยู่ที่ 87.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

เขียนแล้วใน ข่าว | Tagged: , , , , , , , , | Leave a Comment »

น้ำมันดิบไนเม็กซ์ลงหนัก ปิดตลาดต่ำกว่า 78 เหรียญ [11 ต.ค. 51 - 07:15]

Posted by oildaily บน ตุลาคม 11, 2008

น้ำมันดิบไนเม็กซ์ลงหนัก ปิดตลาดต่ำกว่า 78 เหรียญ [11 ต.ค. 51 - 07:15]

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน วันนี้ (11 ต.ค.) ว่า ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผันผวนต่อเนื่อง ฉุดดัชนีหุ้นดาวโจนส์ร่วงอีก 128 จุด ปิดที่ 8,451.49 ต่ำกว่าเพดาน 9,000 จุด เป็นวันที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 6 ต.ค. 2546 ส่วนดัชนีหุ้นแนสแดค ปิดที่ระดับ 1,649.51 จุด เพิ่มขึ้น 4.39 จุด และดัชนีเอสแอนด์พี ปิดที่ระดับ 899.22 จุด ลดลง 10.70 จุด

รายงานระบุด้วยว่า ราคาน้ำมันดิบตลาดไนเม็กซ์ ลดลงอีก 8.63 ดอลลาร์สหรัฐ ปิดตลาดที่ 77.99 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนกันยายนปี 2550

http://www.thairath.co.th/onlineheadnews.html?id=107307

เขียนแล้วใน ข่าว | Tagged: , , , , , , , , | Leave a Comment »

ปตท.เล็งปรับลดราคาน้ำมันอีกรอบ – > เก็บไว้เป็นหลักฐานอีกอัน

Posted by oildaily บน กันยายน 17, 2008

จาก ผู้จัดการ

โดย ผู้จัดการออนไลน์ 17 กันยายน 2551 11:22 น.
นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เปิดเผยว่า ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง จะทำให้ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศลดลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง ปตท.ก็ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ การปรับราคาน้ำมันนั้น จะทยอยปรับ หากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับลดลง 1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จะทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศลดลง 20 สตางค์ต่อลิตร โดยทาง ปตท.จะปรับขึ้นราคาให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ส่วนวันนี้ ปตท.จะมีการปรับลดราคาขายปลีกได้หรือไม่นั้น ขอพิจารณาช่วงเย็นวันนี้ก่อน
นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคาน้ำมันขายปลีกที่เหลือในปีนี้ จะอ่อนตัวลงมาตามสภาพเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะปัญหาการล้มละลายของ บริษัท เลห์แมน บราเธอร์ส จะยิ่งทำให้ราคาปรับลดลงอย่างรวดเร็ว แต่ราคาจะปรับลดได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตน้ำมันในประเทศ ยังมีต้นทุนที่สูงอยู่

เขียนแล้วใน ข่าว | Tagged: , , , | Leave a Comment »

สถานการณ์น้ำมัน 17 ก.ย.51

Posted by oildaily บน กันยายน 17, 2008

สถานการณ์น้ำมัน 17 ก.ย.51 (จากกรุงเทพธุรกิจ)

รายงานสถานการณ์น้ำมัน ประจำวันที่ 17 กันยายน 2551 ปิดตลาดวันที่ 16 กันยายน 2551

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือน ต.ค.: ปรับลดลง 4.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 91.15 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดตัวต่ำสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน เนื่องจาก

(-) ตลาดยังคงแสดงความกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ว่าวานนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) ประกาศรักษาระดับอัตราดอกเบี้ย (Benchmark interest rate) ไว้ที่ 2% และกำลังพิจารณาที่จะให้เงินกู้ยืมฉุกเฉินแก่สถาบันการเงินรายใหญ่สหรัฐ AIG (American International Group) มูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ไม่ได้ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ  อย่างไรก็ตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวและการรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเทียบกับสกุลเงินยูโรและเยน เป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบต่อเนื่อง

(-) โอเปคปรับตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตการบริโภคน้ำมันดิบโลกปีนี้ลดลงจากเดิมที่ระดับ 1,000,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 880,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเชื่อมั่นว่าปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะส่งผลให้การบริโภคน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง

(+) อย่างไรก็ตามกำลังการผลิตน้ำมันดิบบริเวณอ่าวเม็กซิโกปริมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันยังคงปิดดำเนินการ ประกอบกับมีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ อาจปรับลดลงต่ำสุดตั้งแต่ พ.ย. ปี2000 เนื่องจากพายุเฮอริเคนไอ๊ค์สร้างความเสียหายและทำให้โรงกลั่นหลายแห่งตลอดจนการคมนาคมต้องปิดดำเนินการ

ราคาน้ำมันเบนซินที่ตลาดสิงคโปร์: ปรับลดลง 5.63 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 99.64 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตาม

(+)  ตลาดคาดการณ์ว่าอินโดนีเซียยังคงนำเข้าน้ำมันเบนซินต่อเนื่อง สำหรับเดือน ต.ค. ปริมาณ 5.5 ล้านบาร์เรล เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาในตลาด

(+) โรงกลั่นแห่งหนึ่งในอินเดียเลื่อนการเปิดดำเนินการผลิตจากเดือนก.ย. เป็นธ.ค. หลังจากปิดซ่อมบำรุงตั้งแต่ปลายเดือนส.ค. ทำให้อินเดียต้องนำเข้าน้ำมันเบนซินปริมาณ 32,000 ตันเพื่อชดเชยกับอุปทานในประเทศที่ปรับลดลง

(-) มีการคาดการณ์ว่าเวียดนามจะนำเข้าน้ำมันเบนซินลดลงจากไตรมาส3ที่ 280,000 ตันมาอยู่ที่ระดับ 145,000 ตัน สำหรับไตรมาส4 เนื่องจากความต้องการใช้ในประเทศลดลงมาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังเวียดนามอยู่ในระดับสูง

ราคาน้ำมันก๊าด/อากาศยานที่ตลาดสิงคโปร์: ปรับลดลง 4.11 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 114.74 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตาม

(+) เอเชียเหนือเริ่มสำรองน้ำมันเพื่อรองรับอุปสงค์ในฤดูหนาว ซึ่งช่วยคลี่คลายภาวะอุปทานน้ำมันก๊าด/อากาศยานที่ล้นตลาดในภูมิภาคลง

(-) การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นหลายแห่งในช่วงเดือน กันยายนและตุลาคม ส่งผลให้อุปทานในภูมิภาคปรับลดลง

ราคาน้ำมันดีเซลที่ตลาดสิงคโปร์: ปรับลดลง 3.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 111.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตาม

(+) เวียดนามลดราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ 0.03 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล หรือ 2.8% ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเวียดนามอาจนำเข้าน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามเวียดนามนำเข้าน้ำมันดีเซลในไตรมาส 3 เพียง 26,000 ตัน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้

(-)  ไต้หวันส่งออกน้ำมันดีเซลปริมาณ 480,000 บาร์เรล ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลจากภูมิภาคเอเชียเหนือเริ่มปรับเพิ่มขึ้น

ราคาน้ำมันเตาที่ตลาดสิงคโปร์: ปรับลดลง 3.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 111.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบดูไบ ประกอบกับ

(-) บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งของเวียดนามซื้อน้ำมันเตา 260,000 ตัน สำหรับไตรมาส4 ซึ่งลดลงจากที่ซื้อในไตรมาส 3 ที่ 360,000 ตัน สาเหตุจากอุปสงค์ที่ลดลงอันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจ

(+) ตลาดคาดว่าอุปทานน้ำมันเตาจะยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวจนถึงเดือนตุลาคม เนื่องจากน้ำมันเตาที่ขนย้ายเข้ามาจากตะวันตกมีปริมาณลดลงมาอยู่ที่ 2 ล้านตัน ประกอบกับอุปสงค์น้ำมันเตาที่ใช้เติมเรือปรับสูงขึ้น

****************************************

ที่มา :  บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

เขียนแล้วใน ข่าว, ราคาน้ำมัน, ราคาน้ำมันวันนี้ | Tagged: , , , , , | Leave a Comment »

ปตท.ยื้อลดราคาน้ำมัน-ขอดูตลาดโลกคืนนี้ -> ขอบันทึกเป็นหลักฐานหน่อย

Posted by oildaily บน กันยายน 15, 2008


ประเสริฐ บุญสัมพันธ์:

ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่อง หลุด 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ปตท.ยังยึกยักยื้อลดราคา “ประเสริฐ”อ้างขอดูราคาคืนนี้ก่อนตัดสินใจ

กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการปรับลดราคาน้ำมัน หลังจากที่ล่าสุดน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวลดลงต่อเนื่องว่า ในส่วนของ ปตท.จะขอติดตามความเคลื่อนไหวของราคาน้ำมันตลาดโลกในคืนนี้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าขณะนี้ราคาน้ำมันทั้งเบนซินและดีเซลยังอยู่ในทิศทางขาลง และมีโอกาสปรับลดลงอีก หลังจากราคาได้ลดลงมากแล้วในช่วงที่ผ่านมา  การที่จะปรับลดราคาขายปลีกนั้น นอกจากปัจจัยตลาดโลกแล้วยังมีปัจจัยอื่นประกอบด้วย เช่น ค่าเงินบาท ซึ่งการเปลี่ยนแปลงค่าเงินบาททุก 1 บาท ก็จะกระทบกับการเปลี่ยนแปลงของราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศถึง 70 สตางค์ ซึ่ง ปตท.จะติดตามความเคลื่อนไหวของราคาต่อไป

น้ำมันร่วงแตะ99$/บาร์เรล ต่ำรอบ6เดือน

ราคาน้ำมันร่วงลงใกล้ต่ำกว่าระดับ 99 ดอลลาร์/บาร์เรล สู่ระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือนในการซื้อขายบ่ายวันนี้ จากสัญญาณบ่งชี้ที่ว่าพายุเฮอร์ริเคนไอค์อาจไม่ส่งผลกระทบต่อการผลิตน้ำมันในแถบกัลฟ์ โคสต์ และความวิตกมาก หลังจากเลห์แมน บราเธอร์สประกาศล้มละลาย

ราคาน้ำมันร่วง 32 % นับตั้งแต่แตะระดับสูงสุดเหนือ 147 ดลลาร์เมื่อกลางเดือนก.ค.

ณ เวลา 13.39 น.ตามเวลาไทย ราคาน้ำมันดิบไลท์ของสหรัฐส่งมอบเดือนต.ค. ดิ่งลง 2.19 ดอลลาร์ หรือ 2.14 % อยู่ที่ 99.01 ดอลลาร์/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ลาดลอนดอนร่วง 1.80 % อยู่ที่ 95.82 ดอลลาร์

ราคาน้ำมันสหรัฐดิ่งลงต่ำถึง 98.46 ดอลลาร์ ต่ำสุดนับตั้งแต่ 26 ก.พ.ในการซื้อขายเมื่อวานนี้ เมื่อตลาด NYMEX เปิดการซื้อขายช่วงพิเศษ อันเนื่องมาจากพายุเฮอร์ริเคนไอค์

“ราคาน้ำมันได้ชะลอการปรับตัวลง เนื่องจากยังมีแหล่งผลิตในอ่าวเม็กซิโกจำนวนมากที่ระงับการผลิต และโรงกลั่นน้ำมันยังมีความเสี่ยง โดยตลาดกำลังรอข่าวต่อไปเกี่ยวกับระดับความเสียหายก่อนที่จะมีความเคลื่อนไหวต่อไป” นายเจอราร์ดเบิร์ก นักวิเคราะห์สินค้าโภคภัณฑ์ของธนาคารเนชันแนล ออสเตรเลียน แบงก์ในเมลเบิร์นกล่าว

ข่าวจากกรุงเทพธุรกิจ

เขียนแล้วใน ข่าว | Tagged: , , , , , | Leave a Comment »

ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน วันที่ 25 กรกฏาคม 2551 เป็นเวลา 6 เดือน

Posted by oildaily บน กรกฎาคม 25, 2008

ตารางแสดงการ ลดภาษีสรรพสามิตเมื่อวันที่ 25 กรกฏาคม 2551 ดังนี้


เบนซิน 91 แก๊สโซฮอล์ 95 แก๊สโซฮอล์ 91 ไบโอดีเซล (บี 5) ดีเซล
บาทต่อลิตร 3.83 3.88 3.83 2.47 2.71

เขียนแล้วใน ข่าว | Tagged: , , , , | Leave a Comment »

 
Follow

Get every new post delivered to your Inbox.