สถานการณ์น้ำมัน 17 ก.ย.51 (จากกรุงเทพธุรกิจ)
รายงานสถานการณ์น้ำมัน ประจำวันที่ 17 กันยายน 2551 ปิดตลาดวันที่ 16 กันยายน 2551
กรุงเทพธุรกิจ ออนไลน์ : ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ที่ตลาดนิวยอร์ก ส่งมอบเดือน ต.ค.: ปรับลดลง 4.56 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 91.15 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดตัวต่ำสุดเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน เนื่องจาก
(-) ตลาดยังคงแสดงความกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจสหรัฐฯ แม้ว่าวานนี้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) ประกาศรักษาระดับอัตราดอกเบี้ย (Benchmark interest rate) ไว้ที่ 2% และกำลังพิจารณาที่จะให้เงินกู้ยืมฉุกเฉินแก่สถาบันการเงินรายใหญ่สหรัฐ AIG (American International Group) มูลค่า 85,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ก็ไม่ได้ส่งผลให้ตลาดคลายความกังวลต่อสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างไรก็ตามแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจดังกล่าวและการรักษาระดับอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเทียบกับสกุลเงินยูโรและเยน เป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันดิบต่อเนื่อง
(-) โอเปคปรับตัวเลขคาดการณ์อัตราการเติบโตการบริโภคน้ำมันดิบโลกปีนี้ลดลงจากเดิมที่ระดับ 1,000,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ระดับ 880,000 บาร์เรลต่อวัน เนื่องจากเชื่อมั่นว่าปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะส่งผลให้การบริโภคน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลง
(+) อย่างไรก็ตามกำลังการผลิตน้ำมันดิบบริเวณอ่าวเม็กซิโกปริมาณ 1.3 ล้านบาร์เรลต่อวันยังคงปิดดำเนินการ ประกอบกับมีการคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังสหรัฐฯ อาจปรับลดลงต่ำสุดตั้งแต่ พ.ย. ปี2000 เนื่องจากพายุเฮอริเคนไอ๊ค์สร้างความเสียหายและทำให้โรงกลั่นหลายแห่งตลอดจนการคมนาคมต้องปิดดำเนินการ
ราคาน้ำมันเบนซินที่ตลาดสิงคโปร์: ปรับลดลง 5.63 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 99.64 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตาม
(+) ตลาดคาดการณ์ว่าอินโดนีเซียยังคงนำเข้าน้ำมันเบนซินต่อเนื่อง สำหรับเดือน ต.ค. ปริมาณ 5.5 ล้านบาร์เรล เป็นปัจจัยสนับสนุนราคาในตลาด
(+) โรงกลั่นแห่งหนึ่งในอินเดียเลื่อนการเปิดดำเนินการผลิตจากเดือนก.ย. เป็นธ.ค. หลังจากปิดซ่อมบำรุงตั้งแต่ปลายเดือนส.ค. ทำให้อินเดียต้องนำเข้าน้ำมันเบนซินปริมาณ 32,000 ตันเพื่อชดเชยกับอุปทานในประเทศที่ปรับลดลง
(-) มีการคาดการณ์ว่าเวียดนามจะนำเข้าน้ำมันเบนซินลดลงจากไตรมาส3ที่ 280,000 ตันมาอยู่ที่ระดับ 145,000 ตัน สำหรับไตรมาส4 เนื่องจากความต้องการใช้ในประเทศลดลงมาก ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังเวียดนามอยู่ในระดับสูง
ราคาน้ำมันก๊าด/อากาศยานที่ตลาดสิงคโปร์: ปรับลดลง 4.11 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 114.74 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตาม
(+) เอเชียเหนือเริ่มสำรองน้ำมันเพื่อรองรับอุปสงค์ในฤดูหนาว ซึ่งช่วยคลี่คลายภาวะอุปทานน้ำมันก๊าด/อากาศยานที่ล้นตลาดในภูมิภาคลง
(-) การปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นหลายแห่งในช่วงเดือน กันยายนและตุลาคม ส่งผลให้อุปทานในภูมิภาคปรับลดลง
ราคาน้ำมันดีเซลที่ตลาดสิงคโปร์: ปรับลดลง 3.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 111.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบดูไบ อย่างไรก็ตาม
(+) เวียดนามลดราคาน้ำมันดีเซลขายปลีกในประเทศ 0.03 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล หรือ 2.8% ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ย. ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าเวียดนามอาจนำเข้าน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นในอนาคต อย่างไรก็ตามเวียดนามนำเข้าน้ำมันดีเซลในไตรมาส 3 เพียง 26,000 ตัน ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้
(-) ไต้หวันส่งออกน้ำมันดีเซลปริมาณ 480,000 บาร์เรล ส่งผลให้ตลาดคาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกน้ำมันดีเซลจากภูมิภาคเอเชียเหนือเริ่มปรับเพิ่มขึ้น
ราคาน้ำมันเตาที่ตลาดสิงคโปร์: ปรับลดลง 3.41 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ปิดที่ 111.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ตามราคาน้ำมันดิบดูไบ ประกอบกับ
(-) บริษัทน้ำมันแห่งหนึ่งของเวียดนามซื้อน้ำมันเตา 260,000 ตัน สำหรับไตรมาส4 ซึ่งลดลงจากที่ซื้อในไตรมาส 3 ที่ 360,000 ตัน สาเหตุจากอุปสงค์ที่ลดลงอันเนื่องมาจากสภาพเศรษฐกิจ
(+) ตลาดคาดว่าอุปทานน้ำมันเตาจะยังคงอยู่ในภาวะตึงตัวจนถึงเดือนตุลาคม เนื่องจากน้ำมันเตาที่ขนย้ายเข้ามาจากตะวันตกมีปริมาณลดลงมาอยู่ที่ 2 ล้านตัน ประกอบกับอุปสงค์น้ำมันเตาที่ใช้เติมเรือปรับสูงขึ้น
****************************************
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)











